การทอผ้าไหม

800px-Loom_(PSF) (1)

BaanThaiSilk ใช้กระบวนการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมด้วยกี่กระตุก เป็นวิธีการทอแบบ 100% hand made  มีส่วนประกอบหลักดังนี้

1.กี่กระตุก

2.กระสวย,ตะกอ และฟันหวี

3.ไหมเส้นพุ่ง และ เส้นยืน

ก่อนจะไปถึงเรื่องการทอผ้า เรามาเรียนรู้กันก่อนว่า ผืนผ้า เกิดขึ้นได้อย่างไร

ผ้าทุกชนิดบนโลกนี้เกิดจากการน้ำเส้นใยมาทอขัดกัน ประกอบไปด้วย เส้นพุ่งและเส้นยืน ส่วนชนิดของผ้าที่ได้ก็เป็นไปตามชนิดของเส้นใยที่นำมาทอ หากเรานำเส้นใยไหมแท้ทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืนมาทอ เราก็จะได้ผ้าไหมแท้นั่นเอง

Warp_and_weft Warp-and-Weft warp-weft-yellow

สีเทาคือไหมเส้นยืนส่วนสีเหลืองคือไหมเส้นพุ่ง หน้ากว้างของผ้านั้นเกิดจากการเอาไหมเส้นยืนมาเรียงกัน ดังนั้นจำนวนของเส้นไหมยืนที่ต้องใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับความกว้างของหน้าผ้า ส่วนความยาวเกิดการทอเส้นพุ่งทบซ้อนกันไปมาจนได้ความยาวที่ต้องการ

weaving process1

 

ไหมเส้นยืนทั้งหมดถูกม้วนเก็บไว้ที่ หัวม้วน ซึ่งติดตั้งที่ด้านท้ายของกี่ ไหมเส้นยืนจะถูกร้อยผ่าน ตะกอ ผ่าน ฟันหวี ส่วนปลายไหมอีกด้านถูกเก็บในม้วนผ้า ไหมเส้นพุ่งถูกบรรจุใน กระสวย ซึ่งจะวิ่งไป – กลับ ด้วยแรงดึงของคนทอ ในขณะเดียวกัน ตะกอ จะเลื่อน ขึ้น – ลง สลับกัน เพื่อให้เส้นใยเกิดการสานกัน เมื่อเส้นพุ่งวิ่งจากด้านซ้ายไปขวาหนึ่งรอบ เราต้องกระทบฟันหวีเข้าหาตัวหนึ่งครั้ง ส่วนขากลับเส้นพุ่งวิ่งจากด้านขวาไปซ้ายเราต้องกระทบฟันหวีอีกหนึ่งครั้งเพื่อให้เส้นไหมเรียงตัว ผู้ทอจะทำแบบนี้ซ้ำไป-มา เรื่อยๆ จนได้ผ้าไหมที่มีความยาวตามต้องการ

เคล็ดลับที่สำคัญในการทอผ้าให้สวยก็คือ การเลือกใช้เส้นไหมพุ่ง,ไหมยืน คุณภาพสูง ตลอดจนความชำนาญของผู้ทอ แรงกระทบฟันหวี ล้วนส่งผลต่อความเรียบเสมอของผืนผ้าทั้งสิ้น