ประวัติ

เมื่อปี พ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) นางติหนา วัสแล๊ะ นางแหมะเหรียม หวันมุดา และนาง แอซ๊ะ หมันหลิน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวบ้านหัวเลน หรือในปัจจุบันคือหมู่บ้านพุมเรียง ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกันลงทุนเปิดกิจการทำผ้ายกไหม ผ้ายกดิ้น และผ้ายกราชวัตรโคม ซึ่งเป็นกิจการที่สุภาพสตรีในหมู่บ้านหัวเลนทำติดต่อสืบกันมา ดำเนินการในเชิงของธุรกิจครอบครัว หรือกลุ่มของแม่บ้านในสมัยนั้น

ในระยะเริ่มแรกของการดำเนินกิจการ วัตถุดิบที่ใช้คือเส้นไหม โดยจัดซื้อเส้นไหมดิบจากตัวแทนจำหน่ายที่มีคุณภาพในกรุงเทพ (สำเพ็ง-ราชวงศ์) ซึ่งซื้อจากร้านงี่เซ่งฮง ตรอกโรงพิมพ์ ถนนเยาวราช หรือบริษัท สหวงศ์ในปัจจุบัน, บริษัทโค้ว เม่ง ฮวด สำเพ็ง(ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นบริษัท โค้ว เอ็ม เอ็ช ถนนสี่พระยา) และ บริษัท ศรีไทรุ้ง (ราชวงศ์) สำหรับ กระบวนการผลิตเริ่มตั้งแต่ ฟอกเส้นไหมดิบ นำไปย้อมและทอเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นไปตามวิธีการที่ได้สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และทุกขั้นตอนทำด้วยมือทั้งสิ้น จนกระทั่งเสร็จเป็นผืนผ้าอันประณีตสวยงาม ผ้ายกต่าง ๆ ที่ทอสำเร็จเป็นชิ้นเรียบร้อยแล้ว นางติหนา วัสแล๊ะ เป็นผู้นำไปจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ทั้งในกรุงเทพและตลาดผ้ายกในท้องถิ่นที่ใกล้เคียง และจังหวัดทางภาคใต้เช่นที่ อ.หาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ของผลิตภัณฑ์จะนำไปจำหน่าย ให้กับร้านค้าที่จำหน่ายผ้าไหมไทยในกรุงเทพ ซึ่งผู้จำหน่ายผ้าไหมจะรู้จักในนาม “แม่ติหนา” ซึ่งในสมัยนั้นการนำสินค้าไปจำหน่ายจะต้องเดินทางด้วยรถไฟเท่านั้น

ในปี พ.ศ. 2502 เมื่อคราว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมราชินีนารถ ได้เสด็จประพาส ภาคใต้ โดยทางรถไฟ ผลิตภัณฑ์ของ นางติหนา วัสแล๊ะ ได้รับการคัดเลือกจาก อำเภอไชยา เพื่อทูลเกล้า ฯ ถวาย(ผ้ายกไหมพุมเรียง) แด่พระองค์ ณ สถานีรถไฟไชยา

IMG_5574 small

หลังจากที่ผ้าไหมไทยได้รับความนิยมอย่างสูงจากชาวไทยและชาว ต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2512 “แม่ติหนา” ได้ขยายกิจการ โดยการตั้งโรงทอผ้าไหมไทย ในลักษณะอุตสาหกรรมในครัวเรือน ณ บ้านเลขที่ 66/1 ตรอกบวรวังสี ถนนตะนาว ย่านบางลำพู กรุงเทพมหานคร ในปี 2520 “แม่ติหนา” ได้ถึงแก่กรรม(อายุ53 ปี) และในปีเดียวกันนั้นเอง นางแล่ขา หลีกหีม ผู้เป็นบุตรี ได้เป็นผู้สืบทอดกิจการผ้าไหมมาจนถึงปัจจุบัน

ปี พ.ศ. 2524 นางแล่ขา ก็ได้เปิดร้านจำหน่ายผ้าไหมโดยใช้ชื่อร้าน “รามบุตรี” ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 108/15 ย่านถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ปี พ.ศ. 2525-2547 ได้รับการสั่งทอ”ผ้าลายพิเศษ” โดยนักธุรกิจจากประเทศมาเลเซีย
ปี พ.ศ. 2548-2551 ได้รับความไว้วางใจจากกรมศิลปากร ให้ทำการผลิตผ้ายกพุมเรียงลายโบราณกว่า 30 ลาย เพื่อจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไชยา อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี